ประกาศแล้ว! กฎหมายขายตรงใหม่

ทีม บรรณาธิการ

19 พฤษภาคม 2560

12ประเด็นร้อน- เฮี๊ยบ- โหด

ผู้บริหาร-ผู้นำ-แม่ทีม-นักขาย

มีสิทธิ์โดนเชือดถ้วนหน้า

ตรวจสอบทุกมาตราที่นี่

 

ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อ 17 พฤาภาคม2560 สำหรับพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง (ฉบับที่3) พ.ศ.2560  มีผลบังคับใช้ กลางเดือนกันยายน2560 เป็นการปรับแก้ครั้งใหญ่ชนิดที่ รื้อของเดิมระเนระนาด คุมเข้มตั้งแต่ก่อนรับจดทะเบียน ยันเลิกประกอบธุรกิจ งานนี้โดนกันถ้วนหน้า ตั้งแต่ผู้บริหารยันนักขาย พวกแหกกฎแหกคอก ชอบลักไก่ มีสิทธิ์โดนคุกกันถ้วนทั่ว ไปดูกันชัดๆว่าปรับแก้ เพิ่ม ลดอะไรอย่างไรบ้าง

 

พาณิชย์อีเลคทรอนิกส์

ไม่เป็นตลาดแบบตรง

ยกเลิกนิยาม ตลาดแบบตรงเดิม   โดยนิยามใหม่มีการแยกพาณิชย์อีเลคทรอนิกส์ที่ไม่ถือว่าเป็นตลาดแบบตรง ซี่งจะมีการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเพื่อแยกแยะให้ชัดเจนไว้ในกฎกระทรวงที่จะร่างขึ้นมาใหม่ (มาตรา3)

 

กก.ขายตรงต้องไม่ถือหุ้น

ในบริษัทขายตรง/ตลาดตรงเกิน10%

กรรมการขายตรง ต้องไม่ดำรงตำแหน่งหรือเป็นหุ้นส่วน หรือถือหุ้นในบริษัทขายตรงและตลาดแบบตรงเกินร้อยละสิบของหุ้นทั้งหมด 1ปีก่อนเป็นกรรมการหรือระหว่างเป็นกรรมการ (แต่เดิมห้ามเฉพาะประธานกรรมการขายตรง)(มาตรา9)

 

ผู้ประกอบการ-นักขาย

ต้องร่วมรับผิดต่อผู้บริโภค

ผู้ประกอบธุรกิจและผู้จำหน่ายอิสระต้องร่วมรับผิดต่อผู้บริโภคในความชำรุดบกพร่องของสินค้าหรือบริการที่ผู้จำหน่ายอิสระขายให้ผู้บริโภค หรือความเสียหายที่ผู้จำหน่ายอิสระได้ก่อขึ้นจากการไม่ปฎิบัติหน้าที่ตามกฎหมายนี้ (มาตรา24/1 )

ถ้าไม่ทำมีโทษ – เบื้องต้นนายทะเบียนจะสั่งให้ดำเนินการให้ถูกต้องภายในเวลาที่เหมาะสม หากครบกำหนดแล้วไม่ดำเนินการ ให้นายทะเบียนเพิกถอนใบอนุญาตได้(มาตรา42)

 

ต้องแจ้งย้ายสำนักงาน

เป็นเอกสารใน15วัน

กรณีที่มีการย้ายสำนักงาน ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงต้องแจ้งเป็นหนังสือให้นายทะเบียนทราบภายใน15 วัน นับแต่วันย้าย (มาตรา26/1)

ถ้าไม่ทำมีโทษ - เบื้องต้นนายทะเบียนจะสั่งให้ดำเนินการให้ถูกต้องภายในเวลาที่เหมาะสม หากครบกำหนดแล้วไม่ดำเนินการ ให้นายทะเบียนเพิกถอนใบอนุญาตได้(มาตรา42)

 

คุณสมบัติต้องห้าม-ต้องมี

สำหรับผู้ประกอบธุรกิจขายตรง

ผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนประกอบธุรกิจขายตรงต้องไม่เคยถูกเพิกถอนทะบียนการประกอบธุรกิจขายตรง/ตลาดแบบตรง 5 ปีก่อนวันยื่นขอ (มาตรา38/1) และต้องมีคุณสมบัติดังนี้

            เป็นห้างหุ้นส่วน มีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่าห้าแสนบาท หรือเป็นบริษัทมีทุนจดทะเบียน ชำระแล้วไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านบาท

            หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินการ ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม(มาตรา38/2)ดังนี้

            - เป็นบุคคลล้มละลาย

            - เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ

            - เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นความผิดโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

            - เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินการ ของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทอื่น ที่จดทะเบียนประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง

            - เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินการ ของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท ที่เคยถูกเพิกถอนการจดทะเบียนประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง 5 ปีก่อนวันยื่นคำขอ

 

ผู้ประกอบการต้องนิติบุคคล

ทุนจดทะเบียน5แสน-1ล้าน

ผู้ใดจะประกอบธุรกิจขายตรงต้องเป็นห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทและได้จดทะเบียนตามกฎหมายนี้(มาตรา20)

            ส่วนผู้ที่จดทะเบียนขายตรงไว้ก่อนนี้ แต่ไม่เป็นนิติบุคคลสามารถประกอบธุรกิจต่อได้ แต่ต้องไปจดทะเบียนนิติบุคคล และจดทะเบียนขายตรงตามกฎหมายนี้ ภายใน 120วันนับแต่วันที่กฎหมายนี้บังคับใช้(มาตรา24)

            ผู้ยื่นขอประกอบธุรกิจขายตรงต้องเป็นห้างหุ้นส่วน มีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท หรือบริษัท ที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท (มาตรา38/1 (1))

            ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่จดทะเบียนขายตรงอยู่ก่อนแล้ว ให้ดำเนินการให้มีทุนจดทะเบียนตามมาตรา 38/1 ภายใน 90 วัน นับจากวันที่กฎหมายนี้บังคับใช้(มาตรา25)

ถ้าไม่ทำมีโทษ – โทษหนักมากสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรา 24,25 หากไม่ดำเนินการให้เสร็จภายในเวลาที่ระบุไว้ ให้ถือว่าถูกเพิกถอนทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรง(มาตรา27)

 

ต้องวางเงินหลักประกัน

ชดใช้ผู้เสียหาย

กำหนดให้ผู้ยื่นขอประกอบธุรกิจขายตรงต้องวางหลักประกันต่อนายทะเบียน โดยจะให้มีวงเงินแตกต่างกันไปตามขนาดและประเภทบริษัท และทบทวนทุกๆ3ปี จะมีการกำหนดหลักเกณฑ์เงือนไขในกฎกระทรวงอีกครั้ง ส่วนจะวางเป็นเงินสด หนังสือค้ำประกันจากธนาคาร หรือพันธบัตร คณะกรรมการขายตรงฯจะกำหนดขึ้นมาอีกครั้ง(มาตรา38/5 และ38/6)

สำหรับบริษัทที่มีใบอนุญาตดำเนินธุรกิจอยู่ก่อนกฎหมายนี้บังคับใช้ ให้มาวางหลักประกันภายใน90วัน นับจากวันที่กฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา38/5บังคับใช้(มาตรา26)

ถ้าไม่ทำมีโทษ – โทษหนักมากสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรา 26 หากไม่ดำเนินการให้เสร็จภายในเวลาที่ระบุไว้ ให้ถือว่าถูกเพิกถอนทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรง(มาตรา27)

 

เปิดช่องการโอนกิจการ

ต้องทำตามหลักเกณฑ์

ผู้ประกอบธุรกิจต้องยื่นคำขอโอนกิจการต่อนายทะเบียน และผู้รับโอนต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 38/1มาตรา 38/3 มาตรา38/4 และต้องรับโอนทั้งสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดต่อผู้บริโภค โดยคณะกรรมการขายตรงจะเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์และการแก้ไขทะเบียน (มาตรา 41/3)

ถ้าไม่ทำมีโทษ – โทษถึงจำคุกไม่เกิน6เดือน หรือปรับไม่เกิน5หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกินห้าพันบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน(มาตรา52/1)

 

การเลิกประกอบธุรกิจ

ต้องแจ้งลูกค้า-รับผิดชอบจนจบ

ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจขายตรง/ตลาดแบบตรง ต้องยื่นคำขอต่อนายทะเบียน และต้องดำเนินการเรื่องต่างๆให้เสร็จสิ้นก่อนที่นายทะเบียนจะยกเลิกการจดทะเบียน ดังนี้

            - ต้องดำเนินการเรื่องรับคืนสินค้าตามมาตรา  33,34 และ 36

            - ประกาศในหนังสือพิมพ์ ส่งไปรษณีย์ตอบรับ หรือส่งข้อมูลสื่อสารทางอื่นใดให้ผู้บริโภคมาใช้สิทธิ์ ซ่อมแซม หรือบริการที่ยังอยู่ในเวลาการรับประกัน

            - ห้ามเสนอขายสินค้าหรือบริการนับแต่วันที่ยื่นคำขอเลิกประกอบธุรกิจ(มาตรา41/4)

ถ้าไม่ทำมีโทษ – โทษถึงจำคุกไม่เกิน6เดือน หรือปรับไม่เกิน5หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกินห้าพันบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน(มาตรา52/1)

 

พฤติการณ์ที่จะโดน

เพิกถอนการจดทะเบียน

กฎหมายให้อำนาจนายทะเบียนสามารถเพิกถอนทะเบียนได้หากพบว่ามีพฤติการณ์ดังนี้(มาตรา42)

            - ไม่ทำตามแผนการจ่าผลตอบแทนที่ได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน

            - ไม่ใช้ข้อความสื่อสารข้อมูลเสนอขายสินค้าตามที่กำหนดในกฎกระทรวงตามมาตรา28

            - ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 38/1 มาตรา 38/3 และมาตรา 38/4 (เกี่ยวกับการถูกเพิกถอนทะเบียน, ถูกจำคุก)

            - ไม่วางหลักประกันเพิ่มให้ครบถ้วนในสามเดือนนับแต่วันครบกำหนดเวลา ตามมาตรา41/7

            - หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินการของนิติบุคคลได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ในความผิดตามมาตรา 46 มาตรา 49 มาตรา 51/3 และมาตรา 52/1

 

เพิ่มโทษโหดกว่าเดิม

ปรับรายวันเพิ่มเท่าตัว

มีการปรับแก้ไขเพิ่มเติมโทษในบางส่วนให้รุนแรงขึ้น เช่นกรณีที่มีการทำธุรกิจขายตรง/ตลาดแบบตรง ก่อนได้รับอนุญาต (ฝ่าฝืนมาตรา20)จากเดิมปรับวันละไม่เกินหนึ่งหมื่นเป็นสองหมื่นบาท(มาตรา47)

            ผู้ประกอบธุรกิจขายตรง/ตลาดแบบตรงไม่จัดทำเอกสารการซื้อขาย ผู้จำหน่ายอิสระหรือตัวแทนขายตรง ไม่ส่งมอบเอกสารการซื้อขายตามมาตรา30 ปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท (เดิมปรับไม่เกินสามหมื่นบาท)(มาตรา51/2)

            ผู้ประกอบธุรกิจจัดทำเอกสารซื้อขายเป็นเท็จ โทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ(มาตรา51/3)

           

รื้อใหม่ความผิดนิติบุคคล

ผู้บริหารระวังโดนเต็มๆ

ให้ยกเลิกมาตรา 54 เดิมที่กำหนดว่ากรณีนิติบุคคลกระทำความผิด กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลที่รับผิดชอบการดำเนินงาน มีความผิดด้วย แต่ไม่ต้องรับโทษตามกฎหมายถ้าพิสูจน์ได้ว่าไม่มีส่วนในการทำความผิดของนิติบุคคลดังกล่าว (ซึ่งขัดรัฐธรรมนูญ และหลักกฎหมายสากลเนื่องจากไประบุว่าเป็นความผิดโดยที่ยังไม่มีการพิสูจน์ และโดยหลักการพิจารณาคดีของไทยนั้นผู้กล่าวหาต้องเป็นฝ่ายพิสูจน์ความผิด ไม่ใช่ให้ฝ่ายที่ถูกกล่าวหาเป็นผู้พิสูจน์ความผิดตัวเอง)

            จึงแก้ไขกำหนดใหม่ให้มีการพิสูจน์ว่าผู้รับผิดชอบดำเนินการนิติบุคคลเหล่านั้น มีการสั่งการ หรือละเว้นไม่สั่งการ จนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้นทำความผิดหรือไม่ เพื่อรับโทษตามความผิดที่กฎหมายระบุไว้

 

ทั้งหมดนี้คือสาระสำคัญของกฎหมายขายตรงใหม่ ในชื่อพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง (ฉบับที่3) พ.ศ.2560

-------------------------

Tags: ผู้บริหาร, ผู้นำ, แม่ทีม, นักขาย, ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติขายตรง, ตลาดแบบตรง, พ.ศ.2560, พาณิชย์, อีเลคทรอนิกส์, กรรมการขายตรง, หุ้นส่วน, ความเสียหาย, เพิกถอนใบอนุญาต, ย้ายสำนักงาน, ล้มละลาย, นิติบุคคล, ประกัน, ชดใช้, กฎหมาย, โทษ, มาตรา, ความผิด

Related News

สคบ.เล่นบทโหด ขายตรงแหกกฎ

เปิดข้อมูลของจริงย้อน6ปี ขายตรงระดับท็อป ปี59ยอดร่วงระนาว

ดำเนินคดี 24 บริษัท พระรามเก้าเน็ตเวิร์ค แอมเวย์ ติดร่างแห

ระเบิดสงครามขายตรงข้ามชาติ เกาหลีดวลอเมริกา ล่าแม่ทีม-สมาชิก สนั่นออฟไลน์-ออนไลน์