โซลผนึกศรีไทย จบหรือเจ๊า!!

ทีม บรรณาธิการ

08 พฤษภาคม 2560

เหยียบเบรคกันแทบไม่ทันกับอุบัติเหตุธุรกิจ “โซลผนึกศรีไทย”ที่เข้าใจผิดเพี้ยนไปไกลว่าเป็นการเทคโอเวอร์ไปโน่นเลย งานนี้ศรีไทยอยู่ในอาการปกติ เพราะมีแต่ได้กับได้ แต่ที่ออกอาการร้อนในกลุ้มใจเพราะมีแต่เสียกับเสียก็คือ “โซล”ต้องออกมาให้ข่าวแจกแจงกันยกใหญ่ เกิดอะไรขึ้นกับศรีไทยและโซล ดีลนี้จะทำได้ยากง่ายแค่ไหน เบื้องหลังคืออะไรกันแน่ ไปเจาะเกาะติดรอบด้าน กับข้อมูลเชิงลึก ใครอยู่ในอาการแบบไหน สุดท้ายจะจบแบบกอดคอจูบปากหวานชื่นหรือเจ๊ากันไปทางใครทางมัน....

 

สืบเนื่องจากที่ผู้บริหารศรีไทย เน็ตเวิร์ค ให้ข่าวกับสื่อมวลชนเมื่อต้นเดือนเมษายน2560 ว่าโซลจะยกทั้งสินค้าและสมาชิกมารวมกับศรีไทย โดยใช้ชื่อศรีไทยเน็ตเวิร์ค จะผิดพลาดคลาดเคลื่อนอีท่าไหนไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ข่าวก็ออกไปเต็มๆว่าศรีไทยเทคโอเวอร์โซล ฝ่ายโซลเกิดอาการร้อนในรุนแรงขึ้นมาทันทีทันใด

 

ข่าวแบบนี้ไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดา หากหยุดไม่อยู่ทำให้บริษัทพังได้ เพราะขายตรงเป็นธุรกิจที่อ่อนไหวง่ายมาก

 

ก่อนที่จะไปวิเคราะห์วิจารณ์กันมากกว่านี้ไปดูอาการกันว่า ทั้ง2บริษัท มีสถานะอาการทางธุรกิจ  โดยเฉพาะยอดขายย้อนไปอีกหลายปีเป็นอย่างไรบ้าง

 

ศรีไทย ค่อยๆโต

มั่นคงไม่วูบวาบ

ศรีไทย เน็ตเวิร์ค ซึ่งเป็นขายตรงหลายชั้นนั้นเป็นเหมือนหน่วยธุรกิจหนึ่งของบริษัท ศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ จำกัด(มหาชน) ที่มีฐานธุรกิจหลักเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องครัวเมลามีนทั้งในและต่างประเทศ ลองไปดูกันว่ายอดขายของบริษัท ศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ โดยรวมทั้งหมด(ไม่มีการแสดงแยกส่วนของศรีไทย เน็ตเวิร์ค)ในแต่ละปีเป็นอย่างไรบ้าง

ปี2550  รายได้รวม 4,812,621,347.00 ล้านบาท

ปี2551  รายได้รวม 5,025,604,163.00 ล้านบาท

ปี2552  รายได้รวม 4,880,959,778.00 ล้านบาท

ปี2553  รายได้รวม 5,870,118,163.00 ล้านบาท

ปี2554  รายได้รวม 7,000,252,799.00 ล้านบาท

ปี2555 รายได้รวม 7,361,640,021.00 ล้านบาท

ปี2556  รายได้รวม 7,394,470,266.00 ล้านบาท

ปี2557 รายได้รวม 7,604,087,646.00 ล้านบาท

ปี2558  รายได้รวม 7,164,069,063.00 ล้านบาท

ที่มา - กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

 

จะเห็นได้ชัดว่ายอดขาย ศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ ค่อยๆเติบโต แม้บางช่วงจะมีตกลงมาบ้างแต่ไม่มาก และในปี2554 ก็ทะลุขึ้นไปที่ 7,000 ล้านบาท และยังคงระดับเหนือ 7,000 ล้านบาท แม้จะมีตกลงมาบ้างในปี 2558 ถือว่ายังอยู่ในระดับนิ่ง ไม่รุนแรงวูบวาบ

 

ศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ เป็นกลุ่มทุนอีกค่ายที่พยายามจะใช้การขายตรงมาเป็นเครื่องมือการทำตลาดอีกช่องทางหนึ่ง โดยแต่เดิมนั้นมีการขายตรงชั้นเดียวภายในโครงสร้างของบริษัทอยู่แล้ว

 

ต่อมาปี2546 มีการเปิดบริษัทขายตรง ในนาม ศรีไทย ไดเร็คเซลส์ และเลิกกิจการไปแล้ว จนเมื่อปี 2547 มีการเปิดบริษัทขายตรงในชื่อ บริษัท ศรีไทย ดับบลิว บี จี จำกัด แต่สุดท้ายก็ไม่ประสบความสำเร็จ จนต้องปิดกิจการในปี 2551 ซึ่งข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่าศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เมื่อ 22 เมษายน 2552

 

และล่าสุดเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้เปิดทำธุรกิจขายตรงแบบหลายชั้น ในนาม “ศรีไทย เน็ตเวิร์ค” ภายในร่มธงของบริษัท ศรีไทย ซุปเปอแวร์มาจนปัจจุบัน ซึ่งมีแนวโน้มไปได้ดี

 

ยอดขายโซลแปรปรวน

เหวี่ยงขึ้นลงน่าหวาดเสียว

ไปดูยอดขายฝั่ง บริษัท โซล คอร์ปอร์เรชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กันบ้าง

ปี2555 รายได้รวม 133,641,323.76 ล้านบาท

ปี2556 รายได้รวม  94,874,572.45 ล้านบาท

ปี2557  รายได้รวม  2,270,265,975.92 ล้านบาท

ปี2558  รายได้รวม  284,213,209.37 ล้านบาท

ที่มา - กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เมื่อมาดูในส่วนของ “โซล” จะเห็นได้ชัดว่ายอดขายไม่นิ่ง เหวี่ยงขึ้นเหวี่ยงลงอย่างน่าหวาดเสียวมาก ตัวเลขที่ออกมาอย่างนี้ จะเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากสถานการณ์ภายในบริษัทไม่นิ่ง ยังมีเหตุการณ์ผันแปร หรือ ยังไม่สามารถบริหารจัดการให้เข้ารูปเข้ารอยได้

 

โดยพื้นเดิมทางธุรกิจของกลุ่มทุนเจ้าของบริษัท โซล คอร์ปอร์เรชั่นฯ ไม่ใช่คนขายตรงโดยตรง แต่เป็นโรงงานผู้ผลิตสินค้าความงามและอาหารเสริมที่จัดได้ว่าอยู่ในระดับคุณภาพ การเข้ามาสู่ธุรกิจขายตรงหลายชั้น เป็นการต่อยอดแตกไลน์ธุรกิจอีกทางที่เอื้อประโยชน์โดยตรงต่อธุรกิจเดิม เนื่องจากเป็นผู้ผลิตสินค้าเอง

 

แต่ปัญหาของ “โซล”กลับเป็นปัญหาคลาสสิคที่เกิดขึ้นกับกลุ่มทุนหลายรายที่แหย่ขาเข้ามาเสี่ยงภัยกับธุรกิจขายตรง เพราะธุรกิจนี้ต้องใช้คน ที่เรียกว่าสมาชิกซึ่งมีหลายระดับ เป็นกลไกขับเคลื่อนการตลาดการขาย  ที่สำคัญต้องมี แม่ทีมหรือผู้นำ เป็นแกนนำสำคัญ เป็นหัวหอกขยายฐานสมาชิก สร้างยอดขายให้บริษัท โดยมีระบบการทำงานที่ดีเป็นตัวส่ง

 

จากข้อมูลวงในเป็นที่รู้กันว่า โซล นั้นได้ผู้นำมาจาก “เอมสตาร์ เน็ตเวิร์ค” มาเป็นหลักในการขยายฐานสมาชิก และได้ที่ปรึกษาที่ชื่อ วรรณ โชติกะวรรณ (ปัจจุบันคือ เจ้าของ “เลกาซี่”ขายตรงหลายชั้น) จุดนี้เองที่มีส่วนสำคัญทำให้ธุรกิจขายตรงของ โซล เติบโตอย่างมาก

 

จะเห็นได้ว่ายอดรายได้ พุ่งพรวด จาก 94 ล้านบาทในปี 2556  ขึ้นไปที่ 2,270 ล้านบาท ในปี 2557 ใครเห็นตัวเลขก็ต้องอุทานว่า โอพระเจ้า!! โตได้อย่างไรถึงกว่า 2,000% แต่แล้วในปี 2558 ยอดกลับร่วงรูดลงมาอยู่ที่ 284 ล้านบาท

 

เกิดอะไรขึ้นกับโซล

ยอดขายเหวี่ยงหายไปไหน

เป็นที่รู้กันว่า ประมาณ ปี2557 โซล มีการขยายสาขาออกไปจำนวนมาก ตามคำแนะนำของที่ปรึกษาและผู้นำ แล้วอยู่ๆก็มีข่าว ผู้นำหลักกลุ่มหนึ่งที่มาจาก เอมสตาร์ เน็ตเวิร์ค และคุณวรรณ ที่ปรึกษา ออกไปตั้งบริษัทใหม่(เลกาซี่) โดยจดทะเบียนบริษัทเมื่อ  วันที่ 4กันยายน 2557

 

เจอแบบนี้เข้าปัญหาตามมาแน่นอน จะเป็นเพราะดังแล้วแยกวงหรืออะไรก็ตาม แต่คนที่เผชิญความเสี่ยงไปเต็มๆคือ“โซล” ผลเกิดขึ้นทันทีกับยอดขายปี2558

 

เมื่อจับเอาเหตุมาเทียบกับผล และลองไปค้นดูยอดขายของ บริษัท เลกาซี่ คอร์ป จำกัด ของคุณวรรณ โชติกะวรรณ ก็พบว่า

ปี 2557 รายได้รวม 38,026,030.14 ล้านบาท

ปี 2558 รายได้รวม 999,453,040.27 ล้านบาท

ที่มา - กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

 

เมื่อมองกลับไปกลับมาระหว่าง โซล กับเลกาซี่ ก็ชวนคิดว่านี่คือตัวเลขที่หายออกไปจาก โซล ใช่หรือไม่ หลังจากกลุ่มผู้นำและคุณวรรณ ออกไปตั้งเลกาซี่ เมื่อปี 2557 โดยมาออกอาการให้เห็นในยอดขายของโซล ปี2558

 

บทเรียนคลาสสิค

ดีลนี้จะจบหรือเจ๊ากันไป

หากจะมองว่านี่คือเรื่องปกติของธุรกิจและชีวิต มันก็ปกติ เพราะทุกคนมีสิทธิ์ที่จะอยู่หรือไป และมันกลายเป็นบทเรียนให้กับวงการนี้มานักต่อนัก โดยเฉพาะตัวบริษัทที่ต้องวางรากฐานให้แข็งแกร่งพร้อมจะเผชิญปัญหา วิกฤติได้ทุกสภาพ เพราะธุรกิจนี้เกิดปัญหาได้ตลอดเวลา ด้วยการไม่ยืมจมูกใครหายใจจนเกิดปัญหารุนแรงอย่างที่เห็นได้ในหลายๆบริษัท

 

กรณีนี้จึงเป็นอีกตัวอย่างคลาสสิคของวงการขายตรง ที่มีการแยกวง ไปตั้งบริษัทใหม่ จากตัวอย่างที่ผ่านๆมา หลายรายประสบความสำเร็จ หลายรายเจ๊งไม่เป็นท่า

 

การเกิดข่าวที่ออกมาว่าโซลจะไปรวมกับศรีไทย เมื่อต้นเมษายน 2560 จึงเป็นเรื่องสืบเนื่องที่เข้าใจได้ไม่ยาก

 

เพียงแต่ข่าวที่เผลอหลุดออกไปจากผู้บริหารของ ศรีไทย เน็ตเวิร์คโดยไม่ตั้งใจนั้น ทำเอาโซลเสียเส้นไปไม่น้อย เกิดอาการร้อนในครั้งใหญ่ เพราะเรื่องการยุบไปรวมกับค่ายอื่น สำหรับธุรกิจขายตรงแล้ว เป็นเรื่องใหญ่ ที่สามารถสั่นคลอนความเชื่อมั่นของสมาชิก ซึ่งส่งผลร้ายมากกว่าผลดี

 

หากจะมีการโอนสมาชิกหรือสินค้าให้อีกฝ่ายไปทำตลาด ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับสมาชิก เพราะมันคือการสูญเสียอาณาจักร เสียความเชื่อมั่นในตัวตน โอกาสที่จะมีสมาชิกไปทำต่ออีกฝั่งหนึ่งนั้น อาจจะไม่มีใครไปเลย หรืออาจจะไปทั้งหมดซึ่งยากมาก นอกเสียจากว่าเขาเชื่อมั่นเจ้าของบริษัททั้ง2ฝ่าย หรืออาจจะมีสมาชิกยอมไปเป็นบางส่วน

 

อย่าลืมว่าการที่สมาชิกจะทำธุรกิจขายตรงหลายชั้น กับที่ใดนั้น ความรู้สึกภาคภูมิในความเป็นอาณาจักร ความเป็นค่าย ความมีอัตลักษณ์ สูงมาก การจะไปยุบรวมหรือร่วมธุรกิจในลักษณะร่วมมือกันบางส่วนกับธุรกิจขายตรงหลายชั้นเหมือนกัน เป็นความเสี่ยงไม่น้อยที่จะไปลดทอนความเป็นอัตลักษณ์ ความภาคภูมิใจของสมาชิก และความเชื่อมั่นที่ผู้นำ สมาชิกมีต่อบริษัท ซึ่งมีผลต่อความเป็นความตายของบริษัท

 

การออกมาแถลงข่าวสร้างความเข้าใจใหม่จากผู้บริหารของ โซล เมื่อปลายเมษายน2560 ที่ผ่านมา เป็นวิธีการหนึ่งที่จำเป็นต้องทำ ให้สมาชิกเชื่อมั่นองค์กร ก่อนที่ทุกอย่างจะเสียหายไปมากกว่านี้ เพราะเท่าที่ผ่านมาทั้งเรื่องเก่าเรื่องใหม่ ต้องบอกว่างานนี้ โซล เสียกับเสีย ในขณะที่ศรีไทย ได้กับได้โดยไม่ตั้งใจ

 

นี่คือโจทย์หิน ด่านโหดที่ผู้บริหารโซล ต้องฝ่าไปให้ได้ ก็ต้องมาติดตามเป็นความรู้ เป็นบทเรียนธุรกิจให้กับผู้สนใจกันต่อไปว่า กรณีของโซลกับศรีไทย จะจบดีลได้หรือไม่ หรือว่าจะเจ๊ากันไป ทางใครทางมัน

-------------------------

Tags: โซล, ศรีไทย, เน็ตเวิร์ค, ธุรกิจขายตรง, ซุปเปอร์แวร์, เครื่องครัวเมลามีน, ล้านบาท, ไดเร็คเซลส์, คอร์ปอร์เรชั่น, อินเตอร์เนชั่นแนล, เอมสตาร์, วรรณ โชติกะวรรณ, เลกาซี่, คอร์ป

Related News

สคบ.เล่นบทโหด ขายตรงแหกกฎ

เปิดข้อมูลของจริงย้อน6ปี ขายตรงระดับท็อป ปี59ยอดร่วงระนาว

ดำเนินคดี 24 บริษัท พระรามเก้าเน็ตเวิร์ค แอมเวย์ ติดร่างแห

ระเบิดสงครามขายตรงข้ามชาติ เกาหลีดวลอเมริกา ล่าแม่ทีม-สมาชิก สนั่นออฟไลน์-ออนไลน์