สคบ.ถอนใบอนุญาตขายตรง เชือด! ไนน์ท๊อปอัพ - ออริจินอล เน็ทเวิร์ค

ทีม บรรณาธิการ

30 มีนาคม 2560

เชือดแล้ว! สคบ.ถอนใบอนุญาต “ไนน์ท๊อปอัพ” หลังอื้อฉาวมานานหลายปี โดยก่อนนี้ปลายปี 59 ดีเอสไอจับขึ้นเขียงคดีพิเศษ อยู่ระหว่างสอบสวนด้วยข้อหาฉกรรจ์”ฉ้อโกงประชาชน” ด้าน”ออริจินอล เน็ทเวิร์ค” สคบ.บุกตรวจพบฝ่าฝืนร้ายแรง จดทะเบียนขายสินค้าอย่างหนึ่งไปขายอีกอย่างหนึ่ง ร้ายหนักเข้าไปอีกด้วยการแอบใช้แผนการจ่ายผลตอบแทนเข้าข่ายระดมทุน ต้องถอนใบอนุญาตสถานเดียว

 

ไนน์ท๊อปอัพ

โดนหนักหลายดอก

เป็นอีกบริษัทที่มีข่าวอื้อฉาวมานาน แต่เมื่อทำธุรกิจไม่ตรงไปตรงมา จะมีลีลาลูกเล่นระดับสามัญหรือขั้นเทพก็ตาม สุดท้ายก็ต้องโดนจัดการ จากข้อมูลส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ระบุชัดเจนว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ได้เข้าไปจัดการกรณีนี้เมื่อปีที่แล้ว รับเข้าเป็นคดีพิเศษที่ 139/2558เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2559

 

โดยระบุว่า บริษัท ไนน์ท๊อปอัพ มีการชักชวนคนให้ร่วมลงทุนซื้อโปรแกรมการเติมเงินผ่านระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ Smart Topup System(STS) และชักชวนลงทุนซื้อหน่วยลงทุน Reserve Point(RP)ในระบบService Piont System(SPS) เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 4และมาตรา5 มีบทลงโทษตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติการกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 และความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และมาตรา343 โดย ณ วันนี้ (29 มีนาคม 2560) คดีอยู่ระหว่างการสอบสวน

 

ลงทุน1,000-12,000บาท

จ่ายคืนงามๆ200%ต่อเดือน

ส่วนรายละเอียดการทำธุรกิจที่มีปัญหานั้น ระบุว่าบริษัทไนน์ท๊อปอัพ ทำธุรกิจโดยการชักชวนสมาชิกและคนทั่วไปให้ซื้อหน่วยลงทุน คนละ 1,000-12,000 บาท จะได้รับผลตอบแทน ร้อยละ 10 ของเงินที่ลงทุน เป็นการชักชวนให้ลงทุนซื้อโปรแกรมเติมเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ และเติมเงินหรือชำระเงินค่าบริการผ่านโปรแกรมดังกล่าว

 

ทั้งยังชักชวนให้ซื้อหน่วยลงทุนRP หน่วยละ 3.50 บาท จ่ายผลตอบแทนให้ร้อยละ 10 /เดือน หรือร้อยละ 120/ปี และได้มีการจ่ายผลตอบแทน เมื่อมกราคม 2558 ร้อยละ 200/เดือน- กุมภาพันธ์ 2558 ร้อยละ 180/เดือน -มีนาคม 2558 ร้อยละ 50/เดือน เมื่อรวมผลตอบแทนทั้ง3 เดือนจะอยู่ที่ ร้อยละ 430 ซึ่งสูงมากมายมหาศาล เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยปกติ ตามกฎหมายในช่วงเวลาดังกล่าว อยู่ที่ร้อยละ 5.15/ปี เท่านั้นเอง

 

พฤติกรรมชัดเจน

เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน

การประกอบธุรกิจดังกล่าวจึงเข้าข่ายการชักชวนคนทั่วไปร่วมลงทุนโดยโฆษณาหรือประกาศให้ปรากฏต่อสาธารณชน หรือทำการใดๆให้ปรากฏแก่บุคคลตั้งแต่สิบคนขึ้นไปว่าในการกู้ยืมเงิน ตนหรือบุคคลใดจะจ่ายหรืออาจจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้ตามพฤติการณ์แห่งการกู้ยืมเงินในอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าสถาบันการเงินตามกฎหมายจะพึงจ่ายได้

 

โดยที่ผู้ประกอบการรู้หรือควรรู้ว่าจะนำเงินจากผู้ให้กู้(สมาชิกหรือประชาชนผู้ลงทุนทั่วไป)มาหมุนเวียนจ่ายผลตอบแทนให้รายใหม่ๆ รู้หรือควรรู้ว่าไม่สามารถประกอบการแบบนี้ได้ แต่ก็ยังดำเนินการให้มีการให้กู้(ลงทุน)ไปตามนั้น เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามกฎหมาย 2 ฉบับ ตามที่ระบุไว้ข้างต้น

 

สคบ. (ซึ่งทำงานประสานกับดีเอสไออยู่แล้ว) ระบุว่าพฤติกรรมที่ว่านี้ ของบริษัท ไนน์ท๊อปอัพ มีลักษณะเป็นการระดมทุน แผนการจ่ายผลตอบแทนมีลักษณะต้องห้ามและไม่เป็นไปตามที่ได้ขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงไว้ เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนและขัดต่อ มาตรา 38 วรรคสาม(ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงแผนการจ่ายผลตอบแทนต้องแจ้งนายทะเบียนก่อน) มาตรา 21(ระบุให้ทำธุรกิจเป็นไปตามแผนการจ่ายผลตอบแทนที่ยื่นต่อนายทะเบียน) และมาตรา41(1)(ระบุว่าแผนการจ่ายผลตอบแทนต้องไม่ขัดกฎหมาย) และ (2)(ระบุว่าสินค้าและบริการต้องตรงตามที่สื่อสารข้อมูลเพื่อเสนอขาย) ตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545

 

ความผิดดังกล่าวนี้ นายทะเบียน(เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค)จึงใช้อำนาจตามมาตรา 42 สั่งเพิกถอนใบอนุญาตการประกอบธุรกิจขายตรง ของบริษัท ไนน์ท๊อปอัพ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2560

 

ออริจินอล เน็ทเวิร์ค

ผิดชัดๆจดอย่างทำอย่าง

จากการที่มีผู้ร้องเรียนไปที่สคบ.ให้ตรวจสอบพฤติการณ์ บริษัท ออริจินอล เน็ทเวิร์ค จำกัด ที่ทำธุรกิจเข้าข่ายน่าสงสัย สคบ.ได้เข้าไปตรวจสอบเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2559 พบว่า บริษัท ออริจินอลฯ ไม่ได้ทำธุรกิจตามที่ขออนุญาตไว้ โดยได้รับการจดทะเบียนขายตรง หรือได้ใบอนุญาต เมื่อ 25 มิถุนายน 2557 ขออนุญาตขายสินค้าประเภทอาหารและเครื่องสำอาง แต่กลับไปขายสินค้าซิมการ์ดโทรศัพท์เคลื่อนที่ แถมยังใช้แผนการจ่ายผลตอบแทนไม่ตรงกับที่ขออนุญาตไว้

 

โดยแผนการจ่ายผลตอบแทนที่ตรวจพบนั้น  เป็นลักษณะจับคู่จ่าย รายได้หลักของสมาชิกเกิดจากการหาสมาชิกมาร่วมลงทุน โดยไม่มีการขายสินค้าให้ผู้บริโภคตามรูปแบบการขายตรงที่กฎหมายกำหนด

 

ตั้งรายได้ยั่วกิเลส

32ล้านบาท/เดือน

ส่วนการให้สมาชิกลงทุนซื้อซิมการ์ดโทรศัพท์นั้น กำหนดให้สมัคร 2 แบบด้วยกัน

 

แบบแรก ระดับGold Mini ใช้เงินลงทุน 2,995 บาท ได้ 4,000 คะแนน ซิมการ์ดรายเดือน 1,399 บาท โทรฟรีทุกเครือข่าย ความเร็วอินเตอร์เน็ต 1 MB จะได้รับผลตอบแทนหรือรายได้ดังนี้

1/โบนัสค่าแนะนำ 500 บาท

2/โบนัสลิขสิทธิ์จับคู่ 10% ของคะแนนทีมอ่อน หรือจ่ายคู่ละ 400 บาท โดยดูรหัสที่เกิดใหม่ข้างทีมอ่อน

3/โบนัสแมทชิ่งชั้นลูก ได้จากชั้นลูกติดตัว 50% ของโบนัสจับคู่ของชั้นลูก สูงสุด 4,000 บาท/วัน

 

แบบที่ 2 Gold Premium ใช้เงินลงทุน 29,995 บาท ได้ 40,000 คะแนน ซิมการ์ดรายเดือน 1,399 บาท โทรฟรีทุกเครือข่าย ความเร็วอินเตอร์เน็ต 1 MB จะได้รับผลตอบแทนหรือรายได้ดังนี้

1/โบนัสค่าแนะนำ 5,000 บาท

2/โบนัสลิขสิทธิ์จับคู่ 10% ของคะแนนทีมอ่อน หรือจ่ายคู่ละ 4,000 บาท โดยดูรหัสที่เกิดใหม่ข้างทีมอ่อน

3/โบนัสแมทชิ่งชั้นลูก ได้จากชั้นลูกติดตัว 50% ของโบนัสจับคู่ของชั้นลูก สูงสุด 40,000 บาท/วัน

 

โดยกำหนดโบนัสUnilevel 15 ชั้น ตำแหน่ง Crown ซึ่งสูงที่สุด จะได้รายได้สูงสุด 32,767,000 บาท / เดือน

 

โดยทั้งหมดแต่ละคนสามารถสมัครได้มากกว่า 1 รหัส

 

ไม่ทำตามที่จดทะเบียน

มีพฤติกรรมระดมทุน

จากพยานเอกสารและพยานบุคคล ชัดเจนว่าบริษัทฯไม่ได้ทำตามที่ยื่นจดแจ้งไว้กับสคบ. และมีพฤติกรรมที่เป็นการระดมทุน จึงเป็นการกระทำที่ผิดตามมาตรา 38 วรรคสาม มาตรา 21 และมาตรา41(1)(2) ตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545

 

ความผิดดังกล่าวนี้ นายทะเบียน(เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค)จึงใช้อำนาจตามมาตรา 42 สั่งเพิกถอนใบอนุญาตการประกอบธุรกิจขายตรง ของบริษัท ออริจินอล เน็ทเวิร์ค เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2560

....................

Tags: สคบ., ไนน์ท๊อปอัพ, ออริจินอล เน็ทเวิร์ค, ถอนใบอนุญาต, ขายตรง

Related News

สคบ.เล่นบทโหด ขายตรงแหกกฎ

เปิดข้อมูลของจริงย้อน6ปี ขายตรงระดับท็อป ปี59ยอดร่วงระนาว

ดำเนินคดี 24 บริษัท พระรามเก้าเน็ตเวิร์ค แอมเวย์ ติดร่างแห

ระเบิดสงครามขายตรงข้ามชาติ เกาหลีดวลอเมริกา ล่าแม่ทีม-สมาชิก สนั่นออฟไลน์-ออนไลน์