จุดอ่อน จุดตาย ฟิล์มรัฐภูมิ เพย์ออล

ทีมบรรณาธิการ

20 มีนาคม 2560

จัดเป็นดารานักร้องคนรุ่นใหม่ที่สามารถต่อยอดต้นทุนชื่อเสียงให้เติบโตในวงการธุรกิจได้อย่างมาก สำหรับ "ฟิล์ม" รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ประธานกรรมการ บริษัท เพย์ออล กรุ๊ป จำกัด

แต่เมื่อถึงคราวพลาดก็โดนหนักเอาเรื่อง จากกรณี แบงค์ชาติสั่งดำเนินคดีบริษัท เพย์ออล กรุ๊ป จำกัดและ”ฟิล์ม”รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์2560 ข้อหาทำอี-มันนี่เถื่อน ถ้าไม่ใช่คนดังข่าวก็คงไม่แรงเว่อร์ขนาดนี้ ส่วนโทษตามความผิดก็ปรับ หรือจำคุก ซึ่ง ส่วนใหญ่มักจะลงเอยที่ปรับ และทำให้มันถูกต้องเสียก็จบกันได้


หน่วยงานรัฐรุมสกรัม

นับเป็นวิบากกรรมครั้งใหญ่อีกครั้งสำหรับ "ฟิล์ม รัฐภูมิ" เพราะหลังจากโดนแบงค์ชาติปล่อยหมัดเปรี้ยงเข้าใส่จังๆ ถ้าเป็นมวยก็ถึงกับเป๋แทบร่วงลงกับพื้น หลังจากตั้งสติได้ ถัดมาไม่กี่วันก็โดนกรมพัฒนาธุรกิจการค้าประกาศเตรียมถอนเครื่องหมายรับรองอี-คอมเมิร์ซหรือDBDเข้าไปอีกดอก ถัดมาอีกหน่อยก็โดนเปรี้ยงเข้าไปอีกดอกใหญ่เมื่อสคบ.เรียกผู้บริหารและกรรมการบริษัทเข้าไปรับทราบข้อหาทำธุรกิจขายตรงผิดไปจากที่ขออนุญาตไว้กับสคบ. เนื่องจากยังไม่ได้อนุญาตแผนการตลาดที่ใช้อี-มันนี่ ที่ผ่านมาอนุญาตให้เฉพาะแผนการตลาดที่เป็นของบริษัท นาน่า คอร์ปอเรชั่น จำกัดเดิม จึงสั่งปรับทั้งบริษัททั้งกรรมการรวม 1.8ล้านบาท

เกริ่นเบื้องหลังพอให้ได้เห็นภาพอีกครั้ง

แต่ที่อยากสะท้อนให้คนธุรกิจทุกธุรกิจ ไม่ใช่แค่ขายตรงได้คิดกันมากขึ้นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นและทำให้เสียหายต่อชื่อเสียงและธุรกิจมันเกิดขึ้นได้จากรอบด้านจริงๆ หากไม่แกร่ง ไม่ครบเครื่องจริงโอกาสพลาดและเจ็บตัวมีสูง

อย่างที่เกิดขึ้นกับ ฟิล์ม รัฐภูมิ


จุดอ่อนจุดตาย

อย่างแรก ดารานักร้องมาทำธุรกิจ ที่ซับซ้อนหลายชั้นหลายเชิง ประสบการณ์และความจัดเจนในการรับมือกับวิกฤติในฐานะผู้นำสูงสุดน่าจะยังไม่แกร่งไม่จัดเจนพอ ถ้าเป็นมวยก็ต้องเรียกว่ากระดูกยังเบอร์เล็ก อาศัยว่าเป็นมือใหม่ใจกล้า ยอมรับผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นแบบเปิดเผย คนไทยส่วนใหญ่ให้อภัยกันได้

แต่ด้วยความที่ขาดประสบการณ์หรือภาษาชาวบ้านบอกว่ายังไม่รอบจัดพอ ฟิล์มก็มีหลุดไปบ้างกับการชี้แจงผ่าน โดยบอกว่าแบงค์ชาติเพิ่งเตือนแค่ครั้งเดียว เป็นการตอบที่ทำให้ถูกมองเป็นลบได้

เพราะนี่คือเรื่องสำคัญทางกฎหมายด้านธุรกรรมการเงิน ไม่ใช่เรื่องที่จะทำไปก่อนได้รับอนุญาต ตามที่แบงค์ชาติแถลง ซึ่งระบุว่าได้เตือนแล้วก็ไม่ดำเนินการเสียที ภาพอย่างนี้ออกไปยิ่งเป็นผลเสียหนักเข้าไปอีก ไม่น่าเป็นผลดีใดๆเลย

โดยเฉพาะการถูกโจมตีจากกลุ่มคนในบริษัทขายตรงในตลาด ซึ่งส่วนหนึ่งมีสมาชิกหันมาร่วมธุรกิจกับเพย์ออล อันนี้เป็นความไม่พอใจอยู่เงียบๆ และส่วนหนึ่งผู้บริหารเพย์ออลเชื่อว่าเป็นเพราะคนเหล่านั้นไม่เข้าใจธุรกิจเพย์ออล จึงเข้าใจผิดๆ และรอวันที่ฟิล์มพลาดจังๆ เรียกว่าพลาดมาเมื่อไหร่กระทืบซ้ำใส่กันไม่ยั้ง มีเรื่องให้โจมตีตรงๆ

ขออภัย ขอใช้คำว่า” เข้าทางตีน” พวกที่จ้องเล่นอยู่ อย่างนั้นจริงๆ

ขนาดที่แม่ทีมบางบริษัท ให้ข้อมูลกับสมาชิกและชาวบ้านที่สอบถามว่า บริษัทเพย์ออล ยังเปิดทำธุรกิจอยู่หรือไม่

ทุกคนจะตอบไม่ต้องคิดเลยว่า “ปิดไปแล้ว โดนดำเนินคดี”

นี่คือสถานการณ์สงครามธุรกิจในชีวิตจริง ที่ไม่เคยปราณีใครจริงๆ


ทำธุรกิจต้องระวังกฏหมาย

อีกส่วนที่น่าคิดคือเรื่องกฎระเบียบกฎหมายบ้านเมือง อย่าลืมว่าเพย์ออล มีรูปแบบธุรกิจผสมผสานในตัวเดียวกัน ทำการตลาดด้วยการขายตรงหลายชั้น ผสมกับการตลาดแบบตรงหรืออี-คอมเมิร์ซ ซึ่งต้องขออนุญาตการทำธุรกิจจากสคบ. ขณะที่สินค้าเป็นบริการธุรกรรมด้านการเงิน คืออี-มันนี่ ที่ต้องขออนุญาตจากแบงค์ชาติ เป็นเครื่องมือสำคัญ ซึ่งมีรายละเอียดส่วนผสมทางธุรกิจค่อนข้างมาก เกี่ยวข้องกับธุรกรรมกฎหมายหลายส่วน บรรดาที่ปรึกษาต่างๆรอบรู้หรือเก่งแค่ไหนที่จะช่วยให้ฟิล์มมองเห็นสิ่งที่จะเกิดขันข้างหน้าได้ชัดเจน โดยเฉพาะที่ปรึกษาด้านกฎหมาย

การทำธุรกิจยุคใหม่ มีกฎหมายเกี่ยวข้องจำนวนมากกว่ายุคก่อนๆ หากผิดพลาดบางอย่างเสียหายถึงขั้นปิดกิจการไปเลยก็มี

กรณีของฟิล์มรัฐภูมิ ลึกๆแล้วอาจจะมีความประมาทอยู่ด้วยหรือไม่ เพราะดูจากที่เกิดขึ้น แบงค์ชาติเองก็บอกว่าได้เตือนให้ไปดำเนินการขออนุญาตให้ถูกต้องตามประเภทของอี-มันนี่ หรืออาจจะคิดว่าทำไปก่อนแล้วค่อยดำเนินการกันไป ไม่ว่าจะสาเหตุอันใด เรื่องธุรกรรมด้านการเงินเป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมากยิ่งเรื่องใหญ่


จุดอ่อนในจุดแข็ง

ความเป็นดารานักร้องดังของฟิล์มนั้นถือเป็นจุดขายจุดแข็งหนึ่งที่ต่อยอดชีวิตและธุรกิจให้กับฟิล์มมามากมายเหลือเกิน แต่ในด้านกลับกันหากมีเรื่องราวเหตุการณ์ร้ายเสียหายใดๆเกิดขึ้น มันจะพลิกไปอีกด้านทันที จุดแข็งจะกลายเป็นจุดอ่อน ข่าวจะถูกโหมกระพือโดยสื่อและโลกโซเชียลมีเดียอย่างยากที่จะหยุดได้

เพราะอีกด้านหนึ่ง ฟิล์มเป็นคนดัง เป็นคนสาธารณะ เลี่ยงการเป็นข่าวได้ยาก

นี่คือจุดอ่อนจุดอันตรายที่ทำร้าย ฟิล์ม รัฐภูมิ มาแล้วหลายครั้ง ที่คงต้องระมัดระวังมากขึ้น

ยกเว้นว่าฟิล์มจะไม่แคร์กับสิ่งที่เกิดขึ้น !!

งานนี้ถือว่าแบงค์ชาติได้ทำไปตามหน้าที่ มีปืนเมื่อถึงเวลายิงก็ต้องยิง แถมยังยิงที่เดียวได้นกสองตัว

ตัวหนึ่งก็เพย์ออลนั่นแหละ อีกตัวก็คือใครก็ได้ที่คิดจะทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับการเงินและต้องขออนุญาตตามกฎหมาย อย่าได้อิดออดลองของเด็ดขาด

เจ็บครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญให้ ทั้งฟิล์ม รัฐภูมิ และคนทำธุรกิจทุกคนว่าทำธุรกิจก็ทำให้ถูกกฎหมายดีที่สุด สบายใจที่สุด รุกไปข้างหน้าไม่ต้องมาพะวงหลัง ยิ่งกฎหมายของแบงค์ชาติอย่าได้ไปล้อเล่นเชียว

ฟิล์ม รัฐภูมิ อาจจะไม่เคยรู้ว่าแบงค์ชาติเขาดุขนาดไหน อย่าว่าแต่รบกับฟิล์มเลย รบกับรัฐบาลบางรัฐบาลเขาก็รบมาแล้ว

ก็น่าจะเป็นอุทธาหรณ์ให้คนธุรกิจได้ว่าเรื่องสำคัญๆ เรื่องเป็นเรื่องตายอย่าได้มองข้ามเด็ดขาด โดนเข้าไปแล้วบอกได้คำเดียวว่าไม่คุ้มกับความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้

..................

Tags: ฟิลม์ รัฐภูมิ, บทเรียนธุรกิจ, เพย์ออล, บริษัท เพย์ออล กรุ๊ป จำกัด, รัฐภูมิ โตคงทรัพย์

Related News

สคบ.เล่นบทโหด ขายตรงแหกกฎ

เปิดข้อมูลของจริงย้อน6ปี ขายตรงระดับท็อป ปี59ยอดร่วงระนาว

ดำเนินคดี 24 บริษัท พระรามเก้าเน็ตเวิร์ค แอมเวย์ ติดร่างแห

ระเบิดสงครามขายตรงข้ามชาติ เกาหลีดวลอเมริกา ล่าแม่ทีม-สมาชิก สนั่นออฟไลน์-ออนไลน์