ปิด "เอวอนไทย" เหลือแต่ตำนาน สุดยื้อขาดทุนยับ 5 ปีซ้อน

ทีมบรรณาธิการ

18 มีนาคม 2560

เป็นข่าวช็อค!! วงการขายตรงช่วงพย.2559 เมื่อเอวอนประกาศเลิกกิจการในไทยด้วยความบอบช้ำหลังขาดทุนยับต่อเนื่องตลอด5ปีหลังสุด ปิดตำนานเกือบ4ทศวรรษท่ามกลางสงครามธุรกิจที่ดุเดือดเลือดพล่าน เริ่มเคลียร์พนักงานต้นพย.นี้ ก่อนหน้านี้ถอนตัวและขายทิ้งกิจการในหลายประเทศ ด้าน"พิศิษฐ์ แทนทิว"ชี้เป็นผลพวงจากการเปลี่ยนไปของภูมิทัศน์ทางธุรกิจ และสงครามที่ขยายแนวรบไร้ขอบเขตมากขึ้น
 

ตลาดสู้กันรุนแรง ปรับกี่รอบก็เอาไม่อยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางศุภราภรณ์ เอสซีเปา กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอวอนฯ ได้แจ้งให้สมาชิกกว่า 30,000 คนและพนักงานเอวอนได้รับทราบเรื่องดังกล่าวว่า บริษัทแม่ที่สหรัฐอเมริกาตัดสินใจปรับโครงสร้างธุรกิจโดยรวมเพื่อให้กลับมาเติบโตและทำกำไรในระยะยาว จึงตัดสินใจถอนตัวจากตลาดขายตรงเมืองไทยในเดือนธันวาคม 2559 โดยเป็นการยุติการทำตลาดเฉพาะในไทยประเทศเดียว แต่ยังคงทำตลาดประเทศอื่นๆในเอเชีย เช่นอินเดีย ฟิลิปินส์ จีน ไต้หวัน นิวซีแลนด์และออสเตรเลีย


สาเหตุสำคัญที่ต้องมีการตัดสินใจดังกล่าว เนื่องจากตลาดขายตรงเมืองไทยมีการแข่งขันที่รุนแรง แม้บริษัทฯจะมีการปรับตัวถึงขนาดที่มีการใช้แผนการจ่ายผลตอบแทนแบบหลายชั้นเข้ามาช่วย เมื่อ 7 - 8 ปีที่แล้ว แต่สถานการณ์ก็ไม่ดีขึ้น ทำให้ผลประกอบการ 5 ปีหลังมานี้ขาดทุนอย่างต่อเนื่อง


สำหรับการเลิกจ้างพนักงานนั้น จะเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน 2559 โดยทุกคนจะได้รับการจ่ายชดเชยตามกฎหมายแรงงาน และจะเสร็จสิ้นยุติในเดือนธันวาคม 2559


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้เมือปี 2555 เอวอนโปรดักส์อิงค์ บริษัทแม่ที่สหรัฐอเมริกาได้ประกาศจะถอนตัวและเลิกจ้างพนักงาน  1,500 คน ในตลาดแถบเอเชียอย่างเกาหลีใต้และเวียดนาม และหลังจากนั้นเมื่อมีนาคม 2559 ได้ประกาศขายกิจการในทวีปอเมริกาเหนือทั้งหมดให้ Cerberus Copital Management LP มูลค่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เลิกจ้างพนักงานทั่วโลกอีก 2,500 คน และย้ายสำนักงานใหญ่จากนิวยอร์คซิตี้ สหรัฐอเมริกา ไปยังประเทศอังกฤษ โดยเป็นไปตามแผนการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ให้เกิดประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่าย เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน


ด้านนายพิศิษฐ์ แทนทิว กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และอดีตบรรณาธิการข่าวหนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ ให้ความเห็นต่อเรื่องนี้ว่ารู้สึกช็อคมากทีเดียว แม้โดยส่วนตัวมองว่าไม่แปลกที่จะเกิดเหตุการณ์นี้กับเอวอน เพราะก่อนนี้หลายปี ก็เคยมีกรณี "แมรี่เคย์" ยักษ์ใหญ่ขายตรงเครื่องสำอางสัญชาติอเมริกันต้องปิดกิจการในไทยอย่างบอบช้ำทำนองเดียวกัน แต่กรณีเอวอนสะเทือนความรู้มากกว่า เพราะนี่คือหนึ่งในตำนานขายตรงในไทยและขายตรงโลก เนื่องจากบริษัทแม่คือผู้สร้างตำนานการกำเนิดขายตรงของโลกเมื่อ 130 ปีที่ผ่านมา

 

ปิดตำนาน 38 ปี เอวอนไทย

"เอวอน" เข้ามาเปิดตลาดเมืองไทยปี 2521 มีคุณอมรเทพ ดีโรจนวงศ์ เป็นกรรมการผู้จัดการคนแรก ที่ทำให้เอวอนเป็นที่โด่งดังในไทย และด้วยเหตุการณ์พลิกผันทำให้คุณอมรเทพลาออกไปก่อตั้งมิสทิน ในปี 2531 ตรงนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเอวอนและกลายเป็นสงครามฉุดรั้งเอวอนตั้งแต่นั้นมา เพราะโดยความเป็นจริงแล้วมิสทินก็คือคู่แข่งเอวอนโดยตรง และมิสทินเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวเนื่องจากมีคุณอมรเทพ ที่นอกจากจะเคยร่ำเรียนด้านการตลาดจากอเมริกาลัว ยังเป็นแม่ทัพเอวอนไทยมาก่อน จึงรู้เขารู้เรา รู้ตื้นลึกหนาบางทุกซอกทุกมุม แถมยังมีกองหลังที่แข็งแกร่งทั้งเงินทุนและโรงงานผลิตสินค้าอย่างเครือสหพัฒน์เป็นหุ้นส่วนสำคัญ


นอกจากการเกิดขึ้นของคู่สงครามธุรกิจอย่างมิสทินแล้ว ความเป็นบริษัทต่างชาติในไทยที่การบริหารไม่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดคล่องตัวเนื่องจากการตัดสินใจบางอย่างต้องขึ้นกับบริษัทแม่ ยิ่งส่งผลให้การสู้รบในสงครามธุรกิจตกอยู่ในสถานะเพลี่ยงพล้ำเรื่อยมา โดยก่อนนั้นก็ต้องเผชิญกับการเข้ามาของแอมเวย์ ยักษ์ใหญ่การขายตรงแบบหลายชั้น ที่บุกตลาดไทยในปี 2530


แอมเวย์บุกตลาดไทย ตัวแปรเปลี่ยนเกม

การเข้ามาของแอมเวย์ ซึ่งต่อมากลายเป็นจุดเริ่มสำคัญที่ทำให้เกิดบริษัทขายตรงในระบบหลายชั้นหรือ MLM เกิดขึ้นในไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งบริษัทต่างชาติ และบริษัทของคนไทยที่ส่วนใหญ่ในยุคที่ผ่านมาใช้แอมเวย์เป็นโรงเรียนฝึกฝนวิทยายุทธ์ธุรกิจ MLM เพื่อออกมาสร้างธุรกิจ MLM ของตนเอง จนกลายเป็นว่ามีบริษัทขายตรงแบบหลายชั้นของคนไทยเกิดขึ้นต่อเนื่องไม่ขาดสายมาจนทุกวันนี้ และกลายเป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งให้มีการไหลบ่าของนักขายที่ต้องการรายได้ที่ดีกว่ามุ่งไปทางฝั่ง MLM


นอกจากเอวอนถูกแย่งคนจากกลุ่มขายตรงอีกระบบแล้ว ช่วงไม่กี่ปีมานี้สถานการณ์และรูปแบบธุรกิจค้าปลีกโดยรวมทั่วโลกและไทยเปลี่ยนไปอย่างมากจากเทคโนโลยี่และการสื่อสารรูปแบบใหม่ ทำให้เกิดการค้าออนไลน์มาแย่งผู้บริโภคมากขึ้น ยังไม่นับรวมถึงความนิยมในตัวสินค้าความงามจากเกาหลีใต้ที่โด่งดังอย่างมากในระยะหลังมานี้ กลายเป็นปัจจัยลบซ้ำเติมอีกส่วน


ขาดกลยุทธ์ที่ชัดเจน

แต่จุดเปราะบางสำคัญของเอวอนในสงครามขายตรงเมืองไทยอยู่ที่กลยุทธ์ทางธุรกิจที่ยังไม่ชัดเจนเด็ดขาดหรือมีประสิทธิภาพมากพอที่จะหยุดคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งและครบเครื่องกว่าอย่างมิสทิน รวมทั้งกลุ่ม MLM กลุ่มค้าปลีกออนไลน์


"จากที่เกาะติดข่าวความเคลื่อนไหวเหล่านี้มานาน เอวอนไทยไม่ได้ดีขึ้นมากนักตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา ยิ่งช่วงหลังมานี้เมื่อเจอกับปัจจัยลบหลายด้านกับการแข่งขันที่รุนแรงต่อเนื่อง จึงยากที่จะกลับมาผงาดได้จนต้องปิดตัวในที่สุด" พิศิษฐ์กล่าว


นายพิศิษฐ์ยังกล่าวอีกว่าโครงสร้างทางธุรกิจ เทคโนโลยีทั่วโลกและไทยที่เปลี่ยนไปทำให้เกิดการเปลี่ยนทุกด้าน ทั้งช่องทางการขายที่มีมากขึ้น โดยเฉพาะการเกิดขึ้นของสมาร์ตโฟน มีแอพพลิเคชั่น มีธุรกรรมการเงินผ่านอิเล็กทรอนิกส์หรือฟินเทค การเข้ามาของโซเชียลมีเดีย การเกิดขึ้นของสื่อทีวีดาวเทียม เคเบิลทีวี วิทยุชุมชน และฟรีทีวีดิจิตอลที่เพิ่มเป็น 24 ช่อง สิ่งเหล่านี้เปลี่ยนภูมิทัศน์ทางธุรกิจมากมายมหาศาล พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เป็นผลให้เกิดการล่มสลายของธุรกิจเดิมๆที่ปรับตัวไม่ทัน ซึ่งยังจะเกิดขึ้นต่อเนื่อง


กล่าวกันเฉพาะในการสร้างธุรกิจขายตรง จากที่เคยเชื่อกันว่า ใน 3 ปีแรกเป็นการตั้งไข่ 5 ปีตั้งหลักได้ หากเลย 10 ปีมั่นใจได้ว่ามั่นคง ความเชื่อนี้พังลงไปโดยสิ้นเชิง โดยมีกรณีหลักๆตั้งแต่ แมรี่เคย์ ก่อนนี้ไม่นานก็คือสุพรีเดอร์ม และล่าสุดชัดเจนกับกรณีอวสานเอวอนไทย ทั้งๆ ที่อยู่มายาวนานถึง 38 ปี

----------------

Tags: เอวอน, เอวอนไทย

Related News

กิฟฟารีนทศวรรษที่ 3 ก้าวสู่ยุคดิจิตอลเต็มรูปแบบ

นูสกินส่ง ageLOC Me สวยง่ายๆ เลือกสูตรได้เอง ผ่านแอพพลิเคชั่น